ตรวจสุขภาพก่อนรักษาภาวะมีบุตรยาก ต้องเตรียมตัวและตรวจอะไรบ้าง? คู่มือฉบับละเอียด

Fertility Health Check-up

ตรวจสุขภาพก่อนรักษาภาวะมีบุตรยาก ต้องเตรียมตัวและตรวจอะไรบ้าง? คู่มือฉบับละเอียด

ตอบสั้นๆ ก่อนเลยค่ะ ก่อนเริ่มการรักษาภาวะมีบุตรยากทุกวิธีไม่ว่าจะเป็น IUI หรือเด็กหลอดแก้ว คุณและคู่สมรสจะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อนเสมอค่ะ โดยหลักๆ จะมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ การลงทะเบียนและเตรียมเอกสาร การประเมินเบื้องต้นโดยพยาบาลพร้อมตรวจเลือดและฮอร์โมน การพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง การรับคำปรึกษาเรื่องแพ็กเกจการรักษาพร้อมเซ็นยินยอมก่อนเริ่มการรักษา และสุดท้ายคือการนัดหมายครั้งถัดไป ขั้นตอนทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อให้แพทย์เข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละคู่ ก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดค่ะ โดยทั่วไปการตรวจเบื้องต้นทั้งหมดสามารถทำเสร็จได้ภายในวันเดียว ยกเว้นผลตรวจบางรายการที่ต้องใช้เวลาวิเคราะห์เพิ่มเติม

🔑 Key Takeaways สรุปให้อ่านไว

  • การตรวจสุขภาพก่อนรักษาแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่ลงทะเบียนจนถึงนัดหมายครั้งถัดไป
  • ฝ่ายชายจะได้รับการตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ (Semen Analysis) ส่วนฝ่ายหญิงจะได้รับการตรวจภายในและอัลตราซาวด์ผ่านช่องคลอด พร้อมตรวจฮอร์โมนสำคัญอย่าง AMH, FSH และ LH
  • ต้องเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน/พาสปอร์ต และทะเบียนสมรส มาในวันนัด
  • ก่อนเริ่มการรักษาทุกวิธีผู้ป่วยต้องลงนามยินยอมรับการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์เสมอ
  • ผลตรวจทั้งหมดจะถูกใช้ออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Inspire IVF มีอัตราความสำเร็จสูงถึง 76%

สรุปสั้นๆ ในหนึ่งย่อหน้า: การตรวจสุขภาพก่อนรักษาภาวะมีบุตรยากคือขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นตัวกำหนดว่าแผนการรักษาแบบไหนจะเหมาะกับคุณและคู่สมรส ตั้งแต่การลงทะเบียนเตรียมเอกสาร การตรวจร่างกายเบื้องต้นและตรวจเลือด การพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อหาสาเหตุของทั้งสองฝ่าย ไปจนถึงการรับคำปรึกษาเรื่องแพ็กเกจการรักษา ทุกขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่นานแต่ให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาที่ปลอดภัยและมีโอกาสสำเร็จสูงที่สุดสำหรับคุณโดยเฉพาะค่ะ

📖 คำจำกัดความ: การตรวจสุขภาพก่อนรักษาภาวะมีบุตรยาก

ขั้นตอนตรวจประเมินร่างกายเบื้องต้นของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง โดยแพทย์เฉพาะทางด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เพื่อหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคู่

ภาวะมีบุตรยากคืออะไร ควรเริ่มตรวจสุขภาพเมื่อไหร่

ทางการแพทย์นิยามภาวะมีบุตรยาก (Infertility) ว่าคือภาวะที่คู่สมรสมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอโดยไม่ได้คุมกำเนิดเป็นระยะเวลา 12 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ สำหรับฝ่ายหญิงที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี แต่หากฝ่ายหญิงมีอายุ 35 ปีขึ้นไป ระยะเวลาที่แนะนำให้เริ่มปรึกษาแพทย์จะลดลงเหลือเพียง 6 เดือน เนื่องจากปริมาณและคุณภาพไข่จะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น การรอนานเกินไปอาจทำให้เสียโอกาสในการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดไปได้ นอกจากนี้หากคู่สมรสมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่างอยู่แล้ว เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ เคยผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน มีประวัติโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือฝ่ายชายมีประวัติผ่าตัดบริเวณอัณฑะ ก็ควรเข้ารับการตรวจประเมินโดยไม่ต้องรอให้ครบ 12 เดือนค่ะ

ทำไมต้องตรวจสุขภาพก่อนเริ่มการรักษาทุกครั้ง

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องผ่านขั้นตอนตรวจสุขภาพก่อน ทั้งที่อยากเริ่มการรักษาให้เร็วที่สุด แต่จริงๆ แล้วขั้นตอนนี้คือรากฐานสำคัญที่ทำให้การรักษามีโอกาสสำเร็จสูงขึ้นค่ะ เพราะภาวะมีบุตรยากเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากฝ่ายชาย ฝ่ายหญิง หรือทั้งสองฝ่ายร่วมกัน หากไม่ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน แพทย์ก็ไม่สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้ได้ การตรวจสุขภาพก่อนรักษาจึงเปรียบเสมือนแผนที่นำทางที่ช่วยให้แพทย์และคู่สมรสเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องตั้งแต่ก้าวแรกค่ะ

จากสถิติทางการแพทย์ทั่วไป สาเหตุของภาวะมีบุตรยากแบ่งได้คร่าวๆ เป็นสาเหตุจากฝ่ายหญิงประมาณหนึ่งในสาม สาเหตุจากฝ่ายชายประมาณหนึ่งในสาม และสาเหตุที่เกิดจากทั้งสองฝ่ายร่วมกันหรือไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดอีกประมาณหนึ่งในสาม ด้วยสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันนี้เอง การตรวจร่างกายของทั้งสองฝ่ายพร้อมกันตั้งแต่ต้นจึงเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ควรตรวจเฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว

5 ขั้นตอนการตรวจสุขภาพก่อนรักษาที่ Inspire IVF

1ลงทะเบียนผู้ป่วยและจัดทำแฟ้มประวัติ

เมื่อเดินทางมาถึงคลินิก ขั้นตอนแรกคือการลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยใหม่และจัดทำแฟ้มประวัติการตรวจรักษา เจ้าหน้าที่จะขอตรวจสอบเอกสารสำคัญก่อน เช่น บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง และทะเบียนสมรส เพื่อยืนยันตัวตนและสถานะทางกฎหมายตามข้อกำหนดของการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่กฎหมายไทยระบุไว้เพื่อคุ้มครองทั้งฝ่ายผู้รับบริการและสถานพยาบาล หากเตรียมเอกสารมาครบถ้วน ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาไม่นานและช่วยให้การนัดหมายในลำดับถัดไปราบรื่นขึ้นค่ะ

2พยาบาลประเมินซักถามและตรวจร่างกายเบื้องต้น

หลังลงทะเบียนเสร็จ พยาบาลจะทำการซักถามและบันทึกประวัติภาวะมีบุตรยากของคุณอย่างละเอียด เช่น ระยะเวลาที่พยายามมีบุตร ความสม่ำเสมอของรอบเดือน ประวัติการมีบุตรในอดีต โรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด และประวัติการรักษาที่ผ่านมาจากที่อื่น จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น เช่น วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ก่อนเข้าพบแพทย์

ในขั้นตอนนี้ยังมีการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งโดยทั่วไปจะครอบคลุมการตรวจเลือดพื้นฐานและการวัดระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์ เช่น AMH (Anti-Müllerian Hormone) ซึ่งบ่งบอกปริมาณไข่สำรองในรังไข่ FSH (Follicle Stimulating Hormone) และ LH (Luteinizing Hormone) ที่สะท้อนการทำงานของระบบฮอร์โมนสืบพันธุ์ รวมถึงอาจตรวจฮอร์โมนไทรอยด์และโปรแลคตินร่วมด้วย เนื่องจากความผิดปกติของฮอร์โมนเหล่านี้ก็อาจส่งผลต่อการตกไข่ได้เช่นกัน ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกส่งต่อให้แพทย์ใช้ประกอบการวินิจฉัยในขั้นตอนถัดไปค่ะ

3พบแพทย์เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุ

นี่คือขั้นตอนหัวใจสำคัญของการตรวจสุขภาพก่อนรักษาค่ะ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์จะซักถามอาการและประวัติที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด พร้อมตรวจร่างกายของทั้งสองฝ่ายแยกกัน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของภาวะมีบุตรยากในคู่ของคุณ โดยจะพิจารณาควบคู่ไปกับผลตรวจเลือดและฮอร์โมนที่ได้จากขั้นตอนก่อนหน้า

การตรวจร่างกาย ฝ่ายชาย

แพทย์จะซักถามประวัติผลตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้ออสุจิที่ผ่านมา หากยังไม่เคยตรวจมาก่อน จะมีการเก็บตัวอย่างน้ำอสุจิไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ หรือที่เรียกว่า Semen Analysis เพื่อดูค่าสำคัญ 3 ด้านหลัก ได้แก่ ปริมาณและความเข้มข้นของอสุจิ (Sperm Concentration) การเคลื่อนไหวของอสุจิ (Sperm Motility) และรูปร่างของอสุจิ (Sperm Morphology) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวินิจฉัยหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากฝั่งฝ่ายชาย และช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้ว่าควรเลือกวิธีการรักษาแบบใดจึงจะเหมาะสมที่สุด เช่น หากคุณภาพอสุจิอยู่ในเกณฑ์ปกติ อาจพิจารณา IUI ก่อน แต่หากพบความผิดปกติชัดเจน อาจแนะนำ ICSI ตั้งแต่ต้น

การตรวจร่างกาย ฝ่ายหญิง

แพทย์จะทำการตรวจภายใน (Per Vaginal examination หรือ PV) ร่วมกับการอัลตราซาวด์ผ่านทางช่องคลอด (Transvaginal ultrasound หรือ TVS) เพื่อดูลักษณะของมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก รังไข่ และนับจำนวนถุงไข่ขนาดเล็ก (Antral Follicle Count) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ปริมาณไข่สำรองเบื้องต้น ควบคู่ไปกับค่า AMH ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้พิจารณาว่าวิธีการรักษาแบบใดเหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด เช่น การฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก (IUI) หรือการทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละวิธีได้ที่ลิงก์ด้านบนค่ะ

4รับคำปรึกษาแพ็กเกจการรักษาและลงนามยินยอม

เมื่อแพทย์วินิจฉัยสาเหตุและกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสมแล้ว พยาบาลจะให้คำปรึกษาและแนะนำแพ็กเกจการรักษาร่วมกับเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าตามคำสั่งแพทย์ โดยจะอธิบายรายละเอียดขั้นตอน ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณและคู่สมรสตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน ก่อนเริ่มการรักษาภาวะมีบุตรยากทุกวิธี ผู้ป่วยทุกรายจะต้องลงนามให้ความยินยอมเพื่อรับการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานทางการแพทย์ที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันก่อนเริ่มกระบวนการจริง

5นัดหมายและประเมินความพึงพอใจ

ขั้นตอนสุดท้ายคือการนัดหมายสำหรับการตรวจหรือเริ่มการรักษาในครั้งถัดไป พร้อมทั้งให้ผู้ป่วยประเมินความพึงพอใจในการเข้ารับบริการครั้งนี้ ข้อมูลจากการประเมินนี้จะถูกนำไปใช้พัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้รับบริการทุกคู่ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกครั้งที่มาค่ะ

ตารางสรุป 5 ขั้นตอนการตรวจสุขภาพก่อนรักษา
ขั้นตอนรายละเอียดผู้ดำเนินการ
1. ลงทะเบียนตรวจสอบเอกสาร จัดทำแฟ้มประวัติเจ้าหน้าที่ลงทะเบียน
2. ประเมินเบื้องต้นซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด/ฮอร์โมนพยาบาล
3. พบแพทย์ตรวจหาสาเหตุ ตรวจอสุจิ/ตรวจภายใน-อัลตราซาวด์แพทย์เฉพาะทาง
4. ให้คำปรึกษาแนะนำแพ็กเกจ ลงนามยินยอมการรักษาพยาบาล + เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า
5. นัดหมายนัดครั้งถัดไป ประเมินความพึงพอใจเจ้าหน้าที่คลินิก
ตารางรายการตรวจหลักของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
ฝ่ายรายการตรวจบอกอะไร
ฝ่ายชายตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ (Semen Analysis)ปริมาณ ความเข้มข้น การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิ
ฝ่ายหญิงตรวจภายใน (PV)ลักษณะปากมดลูก มดลูก และความผิดปกติเบื้องต้น
ฝ่ายหญิงอัลตราซาวด์ผ่านช่องคลอด (TVS)ลักษณะมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก และจำนวนถุงไข่ขนาดเล็ก
ฝ่ายหญิงฮอร์โมน AMHปริมาณไข่สำรองในรังไข่
ฝ่ายหญิงฮอร์โมน FSH / LHการทำงานของระบบฮอร์โมนสืบพันธุ์และการตกไข่
ทั้งสองฝ่ายตรวจเลือดพื้นฐานและคัดกรองโรคติดต่อสุขภาพโดยรวมและความพร้อมก่อนเริ่มการรักษา

เอกสารที่ควรเตรียมมาในวันนัด

  • บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของทั้งสองฝ่าย
  • ทะเบียนสมรส (หากมี) สำหรับใช้ยืนยันสถานะตามข้อกำหนดการรักษา
  • ผลตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้ออสุจิเดิม (ถ้าเคยตรวจมาก่อน)
  • ผลตรวจสุขภาพหรือประวัติการรักษาภาวะมีบุตรยากจากที่อื่น (ถ้ามี)
  • รายการยาประจำตัวหรือโรคประจำตัวที่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • ประวัติการผ่าตัดในอุ้งเชิงกรานหรืออวัยวะสืบพันธุ์ (ถ้ามี)

Checklist: เตรียมตัวก่อนวันตรวจสุขภาพครั้งแรก

  • นัดหมายล่วงหน้าและสอบถามว่าต้องงดน้ำงดอาหารหรือไม่ก่อนตรวจเลือด
  • สำหรับฝ่ายหญิง ควรสอบถามว่าควรมาตรวจในช่วงใดของรอบเดือนจึงเหมาะสมที่สุด โดยทั่วไปมักแนะนำช่วงต้นรอบเดือน
  • สำหรับฝ่ายชาย หากต้องตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ ควรงดหลั่งน้ำอสุจิล่วงหน้า 2-5 วันตามคำแนะนำของคลินิก เพื่อให้ผลตรวจแม่นยำที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ก่อนวันตรวจ เนื่องจากอาจส่งผลต่อคุณภาพตัวอย่างที่ตรวจ
  • เตรียมคำถามที่อยากถามแพทย์เกี่ยวกับสาเหตุและแนวทางการรักษาให้พร้อม
  • เตรียมใจให้พร้อมสำหรับการพูดคุยเรื่องส่วนตัว เพราะแพทย์จะซักประวัติอย่างละเอียด
  • หากมีผลตรวจเดิมจากที่อื่น ควรนำมาด้วยเพื่อลดความจำเป็นในการตรวจซ้ำโดยไม่จำเป็น

หากต้องการเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดก่อนวันนัดครั้งแรก สามารถดูภาพรวมขั้นตอนการเข้ารับบริการที่ Inspire IVFได้ทั้งหมดค่ะ

สาเหตุภาวะมีบุตรยากที่พบบ่อยจากการตรวจสุขภาพเบื้องต้น

ผลตรวจจากขั้นตอนทั้งหมดข้างต้นมักช่วยให้แพทย์ระบุสาเหตุของภาวะมีบุตรยากได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้ค่ะ

  • ภาวะไข่ไม่ตกหรือตกไข่ไม่สม่ำเสมอ มักพบร่วมกับประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • ท่อนำไข่อุดตันหรือเสียหาย ซึ่งอาจมาจากการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานในอดีต
  • ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
  • คุณภาพหรือปริมาณอสุจิของฝ่ายชายต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
  • ปริมาณไข่สำรองลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะฝ่ายหญิงอายุมากกว่า 35 ปี
  • ภาวะมีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แม้ผลตรวจทั้งสองฝ่ายจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ

หลังตรวจสุขภาพแล้ว ขั้นตอนถัดไปคืออะไร

เมื่อทราบสาเหตุของภาวะมีบุตรยากแล้ว แพทย์จะแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับคุณและคู่สมรส ซึ่งอาจเป็นการฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก (IUI) การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนฝังตัว (PGT) หรือการย้ายตัวอ่อน ขึ้นอยู่กับผลตรวจของแต่ละคู่ อ่านรายละเอียดแต่ละบริการเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ด้านบนค่ะ สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเริ่มการรักษาในตอนนี้แต่ต้องการวางแผนอนาคต สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บริการแช่แข็งเซลล์ไข่ อสุจิ และตัวอ่อนค่ะ

ทำไมควรตรวจสุขภาพก่อนรักษากับ Inspire IVF

Inspire IVF ให้ความสำคัญกับขั้นตอนการตรวจสุขภาพก่อนรักษาอย่างละเอียด เพราะเชื่อว่าการวินิจฉัยที่แม่นยำตั้งแต่ต้นทางคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการรักษา ทีมแพทย์เฉพาะทางของเราจะซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดรอบด้าน เพื่อออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลที่เหมาะกับสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละคู่ ด้วยกระบวนการที่รอบคอบตั้งแต่ขั้นตอนแรกนี้เอง อัตราความสำเร็จของการทำ ICSI ร่วมกับ PGT ที่ Inspire IVF จึงอยู่ที่ 76% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานสากล ทำความรู้จักทีมแพทย์ของเราได้ และดูข้อมูลสถิติความสำเร็จของเราได้ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตรวจสุขภาพก่อนรักษาภาวะมีบุตรยากใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปขั้นตอนตรวจเบื้องต้นทั้งหมดสามารถทำเสร็จได้ภายในวันเดียว ยกเว้นบางรายการตรวจที่อาจต้องรอผลเพิ่มเติมภายหลัง
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างในวันนัดครั้งแรก?
บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง และทะเบียนสมรส (หากมี) เป็นเอกสารหลักที่ต้องเตรียมมา
ฝ่ายชายต้องตรวจอะไรบ้าง?
ฝ่ายชายจะได้รับการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้ออสุจิ (Semen Analysis) เพื่อดูปริมาณ ความเข้มข้น การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิ
ฝ่ายหญิงต้องตรวจอะไรบ้าง?
ฝ่ายหญิงจะได้รับการตรวจภายใน (PV) อัลตราซาวด์ผ่านทางช่องคลอด (TVS) และตรวจฮอร์โมนสำคัญ เช่น AMH, FSH และ LH เพื่อประเมินมดลูก รังไข่ และปริมาณไข่สำรอง
ควรเริ่มตรวจสุขภาพก่อนรักษาเมื่อไหร่?
หากพยายามมีบุตรมาแล้ว 12 เดือนโดยยังไม่ตั้งครรภ์ (หรือ 6 เดือนหากฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป) ควรเริ่มปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
จำเป็นต้องลงนามยินยอมก่อนรักษาทุกครั้งไหม?
ใช่ค่ะ ก่อนเริ่มการรักษาภาวะมีบุตรยากทุกวิธี ผู้ป่วยทุกรายต้องลงนามให้ความยินยอมรับการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ตามมาตรฐานทางการแพทย์
ถ้าเคยตรวจจากที่อื่นมาแล้ว ต้องตรวจซ้ำอีกไหม?
หากนำผลตรวจเดิมมาแสดง แพทย์จะพิจารณาว่าผลนั้นยังใช้ได้อยู่หรือไม่ตามระยะเวลาและความเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจช่วยลดความจำเป็นในการตรวจซ้ำบางรายการได้

การตรวจสุขภาพก่อนรักษาภาวะมีบุตรยากคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในเส้นทางสู่การเป็นพ่อแม่ค่ะ ตั้งแต่การลงทะเบียน การตรวจร่างกายเบื้องต้น การพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ไปจนถึงการรับคำปรึกษาเรื่องแพ็กเกจการรักษา ทุกขั้นตอนถูกออกแบบมาเพื่อให้แพทย์เข้าใจสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณและคู่สมรส ยิ่งตรวจพบสาเหตุได้เร็วและแม่นยำเท่าไร โอกาสในการวางแผนการรักษาที่ได้ผลก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ทีมงาน Inspire IVF พร้อมดูแลคุณอย่างใกล้ชิดและอบอุ่นตั้งแต่ก้าวแรกนี้ค่ะ