PGT คืออะไร? ตรวจโครโมโซมตัวอ่อนมีกี่แบบ กี่วัน 2026 | Inspire IVF

ก่อนอื่นเลย… ถ้าคุณกำลังหาข้อมูลเรื่อง PGT อยู่ตอนนี้ เราเดาว่าคุณอาจกำลังทำเด็กหลอดแก้ว แล้วหมอเอ่ยถึงการ “ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน” ขึ้นมา หรือบางคนอาจเคยแท้งซ้ำมาหลายครั้ง จนใจหวั่น ๆ ว่ารอบนี้จะเป็นยังไง

เข้าใจความรู้สึกนั้นดีค่ะ 💛 เพราะการเดินทางสายนี้มันเต็มไปด้วยคำถามและความกังวลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บางทีก็ไม่กล้าถามใคร บทความนี้เลยอยากชวนคุณมานั่งคุยกันสบาย ๆ เหมือนเพื่อนเล่าให้ฟัง ว่า PGT คืออะไรกันแน่ ตรวจแล้วได้อะไร มีกี่แบบ ใช้เวลากี่วัน ถ้าผล “ไม่ผ่าน” จะหมายความว่ายังไง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และมันจำเป็นกับเราไหม เราจะเล่าตรง ๆ ค่ะ ทั้งข้อดีและข้อจำกัด เพราะข้อมูลที่ครบและจริงคือสิ่งที่ทำให้ใจเราเบาลง เรียบเรียงจากประสบการณ์ของทีมพันธุศาสตร์และแพทย์ Inspire IVF ค่ะ

PGT คืออะไร?

PGT (Preimplantation Genetic Testing) คือ การตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมของ “ตัวอ่อน” ตั้งแต่ก่อนย้ายเข้าโพรงมดลูก พูดง่าย ๆ คือ ก่อนจะเลือกตัวอ่อนตัวไหนไปฝังตัว เราแอบดูก่อนว่าตัวอ่อนตัวนั้นมีโครโมโซมครบถ้วนสมบูรณ์ หรือมียีนก่อโรคทางพันธุกรรมซ่อนอยู่ไหม เพื่อเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุดไปให้โอกาสตั้งครรภ์

ลองนึกภาพง่าย ๆ นะคะ ตัวอ่อนแต่ละตัวเปรียบเหมือน “เมล็ดพันธุ์” ที่หน้าตาภายนอกอาจดูดีเหมือน ๆ กัน แต่ข้างในบางเมล็ดอาจมีความผิดปกติของโครโมโซมที่ตาเปล่ามองไม่เห็น PGT ก็เหมือนแว่นขยายพิเศษที่ช่วยเราส่องดูข้างในก่อน จะได้เลือกเมล็ดที่พร้อมเติบโตที่สุด

เรื่องนี้สำคัญ เพราะความผิดปกติของโครโมโซมเป็นสาเหตุสำคัญของการแท้ง ตัวอ่อนไม่ฝังตัว และโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง การได้คัดกรองก่อนจึงช่วยเพิ่มความอุ่นใจ และในหลายกรณีก็ช่วยลดความเจ็บปวดใจจากการแท้งซ้ำได้ด้วย โดย PGT มักทำควบคู่กับ การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI เพราะต้องมีตัวอ่อนในห้องแล็บก่อนถึงจะตรวจได้

ใครบ้างที่ควรตรวจ PGT?

พูดกันตรง ๆ นะคะ PGT ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องทำ และไม่ได้แปลว่าใครไม่ตรวจแล้วจะมีปัญหา หมอจะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป โดยกลุ่มที่มักได้ประโยชน์ชัดเจนคือ

  • คุณแม่อายุมากขึ้น (มักนับที่ 35 ปีขึ้นไป) เพราะโอกาสที่ไข่จะมีโครโมโซมผิดปกติเพิ่มขึ้นตามวัย
  • เคยแท้งซ้ำหลายครั้ง โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
  • เคยย้ายตัวอ่อนแล้วไม่ฝังตัวหลายรอบ (recurrent implantation failure)
  • คู่สามีภรรยาที่เป็นพาหะโรคทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย หรือมีประวัติโรคทางพันธุกรรมในครอบครัว
  • ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีความผิดปกติของการจัดเรียงโครโมโซม (เช่น translocation) ที่อาจถ่ายทอดสู่ลูก

ถ้าคุณเข้าข่ายกลุ่มเหล่านี้ การได้ปรึกษา ทีมนักวิทยาศาสตร์พันธุศาสตร์ และ ทีมแพทย์ ก่อนตัดสินใจจะช่วยให้เห็นภาพชัดว่า PGT คุ้มค่ากับกรณีของคุณแค่ไหน เพราะบางคู่ที่อายุน้อยและไม่มีความเสี่ยงพิเศษ อาจไม่จำเป็นต้องตรวจก็ได้ค่ะ

ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน มีกี่แบบ?

การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT) หลัก ๆ มี 3 แบบ ได้แก่ PGT-A, PGT-SR และ PGT-M แต่ละแบบตอบโจทย์คนละเรื่อง และใช้เทคนิคต่างกัน มาดูทีละตัวแบบเข้าใจง่าย ๆ กันค่ะ

1. PGT-A ตรวจ “จำนวน” โครโมโซม
PGT-A (Aneuploidy) ที่ Inspire IVF ใช้เทคนิค NGS (Next Generation Sequencing) เป็นการตรวจว่าตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมครบ 23 คู่ถูกต้องไหม มีคู่ไหนเกินหรือขาดหรือเปล่า เพราะจำนวนโครโมโซมที่ผิดปกติทำให้เกิดโรคได้ ตัวอย่างที่คุ้นกันดีคือ กลุ่มอาการดาวน์ ซึ่งเกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง นี่เป็นแบบที่ทำกันบ่อยที่สุดในกลุ่มคนทำเด็กหลอดแก้ว

2. PGT-SR ตรวจ “การจัดเรียง” โครโมโซม
PGT-SR (Structural Rearrangement) ใช้เทคนิค SNP Array เป็นการดูทั้งจำนวนและการจัดเรียงตัวของโครโมโซม ว่ามีการสลับตำแหน่งหรือเข้าคู่ผิดปกติไหม ความผิดปกติแบบนี้เป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก การแท้งซ้ำซ้อน หรือตัวอ่อนไม่ฝังตัว เหมาะกับคู่ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีปัญหาการจัดเรียงโครโมโซมอยู่แล้ว เทคนิคนี้ให้ความละเอียดในการวิเคราะห์สูงมากค่ะ

3. PGT-M ตรวจ “ยีน” ก่อโรคเฉพาะ
PGT-M (Monogenic Disorder) ใช้เทคนิค Karyomapping เป็นการตรวจลึกถึงระดับยีน เพื่อลดความเสี่ยงในการถ่ายทอดยีนก่อโรคทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูก ครอบคลุมหลายโรค เช่น ธาลัสซีเมีย (Thalassemia), Cystic fibrosis, Duchenne muscular dystrophy, Huntington’s disease เป็นต้น เหมาะกับคู่ที่รู้ว่าตัวเองเป็นพาหะโรคทางพันธุกรรมชัดเจน

ประเภทตรวจอะไรเทคนิคเหมาะกับใคร
PGT-Aจำนวนโครโมโซมเกิน/ขาดNGSคุณแม่อายุมาก, แท้งซ้ำ, ตัวอ่อนไม่ฝังตัว
PGT-SRการจัดเรียงโครโมโซมผิดปกติSNP Arrayคู่ที่มีปัญหาการจัดเรียงโครโมโซม
PGT-Mยีนก่อโรคเฉพาะKaryomappingคู่ที่เป็นพาหะโรคทางพันธุกรรม

ไม่ต้องกังวลว่าจะเลือกแบบไหนนะคะ เพราะหมอกับทีมพันธุศาสตร์จะช่วยพิจารณาให้ตามประวัติและความเสี่ยงของแต่ละคู่ อ่านรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่หน้า การตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนการฝังตัว ค่ะ

ขั้นตอนการตรวจ PGT เป็นยังไง

หลายคนได้ยินคำว่า “ตัดชิ้นเนื้อตัวอ่อนมาตรวจ” แล้วใจหายว่าจะทำให้ตัวอ่อนเสียหายไหม อยากให้ใจเย็น ๆ ค่ะ กระบวนการนี้ทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้วยความละเอียดอ่อนมาก ขั้นตอนคร่าว ๆ เป็นแบบนี้

  1. เลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะบลาสโตซิส (วันที่ 5–6) ให้ตัวอ่อนโตแข็งแรงพร้อมก่อน
  2. เก็บเซลล์ตัวอย่างเล็กน้อย นักวิทยาศาสตร์จะดึงเซลล์เพียงไม่กี่เซลล์จาก “ส่วนที่จะเจริญไปเป็นรก” (ไม่ใช่ส่วนที่เจริญไปเป็นตัวลูกน้อย) จึงกระทบต่อพัฒนาการของตัวอ่อนน้อยมาก
  3. แช่แข็งตัวอ่อนไว้ ระหว่างรอผลตรวจ ตัวอ่อนจะถูก แช่แข็งเก็บรักษา ไว้อย่างปลอดภัย
  4. ส่งเซลล์ไปตรวจในห้องแล็บพันธุศาสตร์ วิเคราะห์โครโมโซมหรือยีนตามชนิดที่เลือก
  5. เลือกตัวอ่อนที่ปกติไป ย้ายตัวอ่อน ในรอบเดือนถัดไป

เห็นไหมคะว่าจริง ๆ แล้ว PGT ไม่ได้เพิ่มความเจ็บปวดให้คุณแม่เลย เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นกับตัวอ่อนในห้องแล็บ ไม่ใช่กับร่างกายเรา

ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน ใช้เวลากี่วัน?

โดยทั่วไปผลตรวจโครโมโซมตัวอ่อนจะใช้เวลาประมาณ 1–2 สัปดาห์ (ราว 7–14 วัน) นับจากวันที่เก็บเซลล์ตัวอ่อนส่งตรวจ แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจและห้องแล็บด้วยนะคะ

  • PGT-A มักได้ผลค่อนข้างเร็ว ราว 1–2 สัปดาห์
  • PGT-M อาจใช้เวลานานกว่า เพราะต้องมีการเตรียม “แผนที่ยีน” เฉพาะของครอบครัวนั้น ๆ ล่วงหน้าก่อนเริ่มตรวจจริง จึงควรวางแผนกับทีมพันธุศาสตร์ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ระหว่างรอผล ตัวอ่อนจะถูกแช่แข็งไว้อย่างดี ไม่ต้องรีบร้อน เพราะการย้ายตัวอ่อนแช่แข็งในรอบถัดไปเป็นแนวทางมาตรฐานอยู่แล้ว ช่วงรอผลนี้อาจเป็นช่วงที่ลุ้นหน่อย แต่ขอให้ดูแลใจตัวเองดี ๆ นะคะ

ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน "ไม่ผ่าน" หมายความว่ายังไง

หัวข้อนี้เราอยากพูดด้วยความอ่อนโยนที่สุด เพราะรู้ว่าคำว่า “ไม่ผ่าน” มันกระแทกใจ 💛

เมื่อผลตรวจบอกว่าตัวอ่อน “ผิดปกติ” หรือ “ไม่ผ่าน” หมายความว่า ตัวอ่อนตัวนั้นมีความผิดปกติของโครโมโซมหรือยีน ซึ่งมักมีโอกาสฝังตัวต่ำ เสี่ยงแท้ง หรือเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรม แพทย์จึงมักไม่แนะนำให้ย้ายตัวอ่อนตัวนั้น เพื่อป้องกันความผิดหวังและความเจ็บปวดที่จะตามมา

แต่สิ่งที่อยากให้จำไว้ให้มั่นคือ ตัวอ่อนไม่ผ่าน ไม่ได้แปลว่า “คุณ” ไม่ผ่านนะคะ มันเป็นเรื่องธรรมชาติของเซลล์ล้วน ๆ ไม่ใช่ความผิดของใครเลย และไม่ได้แปลว่ารอบต่อไปจะเป็นแบบเดิม หลายคู่มีตัวอ่อนบางตัวผิดปกติ บางตัวปกติ ในรอบเดียวกัน การที่ PGT ช่วยคัดตัวที่ผิดปกติออกไป กลับเป็นข่าวดีในแง่ที่เราจะได้ไม่ต้องเสียใจกับการย้ายตัวอ่อนที่โอกาสน้อยแล้วแท้งทีหลัง

อีกเรื่องที่ควรรู้แบบตรง ๆ คือ บางครั้งผลตรวจอาจออกมาเป็น “โมเสก” (Mosaic) คือตัวอ่อนมีทั้งเซลล์ปกติและผิดปกติปนกัน กรณีแบบนี้ต้องอาศัยการพูดคุยกับแพทย์และทีมพันธุศาสตร์เป็นราย ๆ เพราะบางตัวยังมีโอกาสให้กำเนิดทารกที่แข็งแรงได้ ไม่ใช่ทุกอย่างจะขาวหรือดำเสมอไป การมีทีมที่อธิบายผลด้วยความเข้าใจจึงสำคัญมาก

ถ้ารอบนั้นไม่มีตัวอ่อนที่ปกติเลย ก็ไม่ได้หมายถึงจุดจบค่ะ หมออาจปรับแผนการกระตุ้นไข่ หรือพิจารณาทางเลือกอื่น ๆ ร่วมกัน หลายครอบครัวต้องผ่านหลายรอบกว่าจะได้ข่าวดี และนั่นเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความล้มเหลว

PGT ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จจริงไหม

เพื่อความน่าเชื่อถือ เราขอพูดแบบไม่โอเวอร์นะคะ PGT มีข้อดีชัดเจน แต่ก็มีขอบเขตที่ควรเข้าใจ

ข้อดีที่มีหลักฐานรองรับ คือ ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ “ต่อการย้ายหนึ่งครั้ง” ช่วยลดโอกาสแท้งจากความผิดปกติของโครโมโซม และลดโอกาสย้ายตัวอ่อนซ้ำ ๆ ที่ไม่สำเร็จ ในกลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น คุณแม่อายุมากหรือแท้งซ้ำ ประโยชน์มักเห็นได้ชัด

แต่สิ่งที่ PGT ทำไม่ได้ คือ มัน “ไม่ได้สร้าง” ตัวอ่อนที่ดีขึ้น เพียงแค่ช่วย “คัดเลือก” จากที่มีอยู่เท่านั้น ถ้ารอบนั้นได้ตัวอ่อนน้อยหรือคุณภาพไม่ดีตั้งแต่ต้น PGT ก็ช่วยได้จำกัด นอกจากนี้ในคู่ที่อายุน้อยและตัวอ่อนดีอยู่แล้ว ประโยชน์ของ PGT-A อาจไม่ต่างจากไม่ตรวจมากนัก และการตรวจก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม รวมถึงมีโอกาสเล็กน้อยที่ผลจะคลาดเคลื่อน จึงควรชั่งน้ำหนักกับแพทย์ว่าคุ้มกับกรณีของเราหรือไม่ ไม่ใช่ทำเพราะกลัวอย่างเดียว

ค่าใช้จ่ายในการตรวจ PGT ปี 2026

เรื่องเงินคุยกันตรง ๆ ดีที่สุดค่ะ ค่าตรวจ PGT มัก คิดเพิ่มจากแพ็กเกจทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) และมักคิด “ต่อจำนวนตัวอ่อนที่ตรวจ” บวกกับค่าธรรมเนียมการวิเคราะห์พื้นฐาน ภาพรวมตลาดในไทยปี 2025–2026 อยู่ในกรอบกว้าง ๆ ประมาณหลักหมื่นถึงหลายหมื่นบาทต่อการตรวจหนึ่งรอบ ขึ้นกับชนิดของการตรวจและจำนวนตัวอ่อน

ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกันคือ ชนิดของ PGT (PGT-M มักแพงกว่าเพราะต้องออกแบบเฉพาะครอบครัว) จำนวนตัวอ่อนที่ส่งตรวจ และค่าแช่แข็งตัวอ่อนระหว่างรอผล

คำแนะนำจากใจคือ ก่อนตัดสินใจ ขอ “ใบเสนอราคาแบบละเอียด” ที่ระบุชัดว่าคิดต่อตัวอ่อนหรือเหมารอบ อะไรรวมแล้ว อะไรจ่ายเพิ่ม เพราะราคาโปรฯ ที่โฆษณาบางทีเป็นราคาเริ่มต้นที่ยังไม่รวมค่าตรวจตัวอ่อนทุกตัว อยากรู้แพ็กเกจและ โปรโมชั่นช่วงนี้ ทักทีมงานมาถามได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ

เรื่องกฎหมายที่ควรรู้ PGT เลือกเพศลูกไม่ได้

ตรงนี้สำคัญและอยากพูดให้ชัดค่ะ แม้เทคโนโลยี PGT จะสามารถบอกโครโมโซมเพศได้ แต่ตามกฎหมายไทย พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 การใช้ PGT เพื่อ “เลือกเพศบุตรตามความต้องการส่วนตัว” เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้

PGT ใช้ได้เพื่อ “คัดกรองโรคทางพันธุกรรมตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์” เท่านั้น เช่น กรณีโรคที่ถ่ายทอดผ่านเพศ การรู้ข้อกฎหมายนี้ช่วยให้เราตั้งความคาดหวังได้ถูกต้อง และเลือกคลินิกที่ทำถูกต้องตามกฎหมายอย่างสบายใจ ซึ่ง Inspire IVF ดำเนินการภายใต้มาตรฐานและใบอนุญาตครบถ้วน

คำถามที่คนถามกันบ่อย ๆ (FAQ)

Q: PGT คืออะไร?
A: PGT คือการตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนย้ายเข้าโพรงมดลูก เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงและลดความเสี่ยงการแท้งหรือโรคทางพันธุกรรม

Q: ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน มีกี่แบบ?
A: หลัก ๆ มี 3 แบบ คือ PGT-A (ตรวจจำนวนโครโมโซม), PGT-SR (ตรวจการจัดเรียงโครโมโซม) และ PGT-M (ตรวจยีนก่อโรคเฉพาะ)

Q: ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน ใช้เวลากี่วัน?
A: โดยทั่วไปประมาณ 1–2 สัปดาห์ (7–14 วัน) โดย PGT-M อาจนานกว่าเพราะต้องเตรียมแผนที่ยีนเฉพาะครอบครัวก่อน ระหว่างรอผลตัวอ่อนจะถูกแช่แข็งไว้

Q: ตรวจโครโมโซมตัวอ่อนไม่ผ่าน หมายความว่าอะไร?
A: หมายความว่าตัวอ่อนตัวนั้นมีความผิดปกติของโครโมโซมหรือยีน ซึ่งมักมีโอกาสฝังตัวต่ำหรือเสี่ยงแท้ง แพทย์จึงมักไม่แนะนำให้ย้าย แต่ไม่ได้แปลว่าตัวอ่อนตัวอื่นหรือรอบต่อไปจะเป็นแบบเดียวกัน

Q: PGT ทำให้ตัวอ่อนเสียหายไหม?
A: การเก็บเซลล์ทำโดยผู้เชี่ยวชาญ ดึงเพียงไม่กี่เซลล์จากส่วนที่จะเป็นรก ไม่ใช่ส่วนที่เป็นตัวลูกน้อย จึงกระทบพัฒนาการน้อยมาก

ทำไมถึงอยากให้ลองคุยกับ Inspire IVF

Inspire IVF (บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน)) ดูแลเรื่องการมีบุตรแบบครบวงจร ตั้งแต่ ตรวจสุขภาพเบื้องต้น IUI ICSI การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT) ย้ายตัวอ่อน ไปจนถึงแช่แข็งไข่/อสุจิ/ตัวอ่อน ภายใต้มาตรฐานสากล จุดที่เราภูมิใจเป็นพิเศษสำหรับเรื่อง PGT คือ เรามีทั้ง ทีมนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน และ ทีมนักวิทยาศาสตร์พันธุศาสตร์ ที่ดูแลตั้งแต่การเก็บเซลล์ ตรวจวิเคราะห์ ไปจนถึงการอธิบายผลด้วยความเข้าใจ พร้อมทีมพยาบาลที่ดูแลคุณเหมือนคนในครอบครัว อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เรื่องราวของเรา และ ทำไมต้องเลือกเรา

เราเชื่อในการบอกความจริงบนพื้นฐานหลักฐานทางการแพทย์ ทั้งข้อดีและข้อจำกัด เพื่อให้ทุกครอบครัวตัดสินใจได้อย่างเข้าใจและสบายใจ ไม่ว่าคุณจะอยู่จุดไหนของการเดินทางนี้ คุณไม่ต้องเดินคนเดียวนะคะ 💛